จังหวัดกาญจนบุรี คือดินแดนแห่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า
พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก
และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน
อย่างเอื้ออารี ทั้งไทย พม่า มอญ ปากะญอ (กะเหรี่ยง) ฯลฯ
ยิ่งไปกว่านั้นยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 ซึ่งมีอนุสรณ์สถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น
สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ
ด้วยความหลากหลายของพื้นที่และเรื่องราวที่สั่งสมอยู่ในจังหวัดชายแดนตะวัน
ตกแห่งนี้ กาญจนบุรีจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์
ทุกวัย และทุกฤดูกาล รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดน่าเที่ยวที่สามารถ
เดินทางมาสัมผัสได้ทุกช่วงฤดู ซึ่งในช่วงหน้าฝนก็จะได้ชื่นชมผืนป่าเขียวสด
น้ำตกก็หลั่งไหลชุ่มชื่นสวยงาม ยิ่งถ้าไปปลายฝน ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม จะได้ลิ้มรสอาหาร
ที่ทำจากเห็ดโคนสด ๆ ซึ่งเป็นเมนูเด่นของกาญจนบุรีอีกด้วย
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่เราหยิบมาแนะนำ ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้ง อยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323
ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง
สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งที่สะพานข้ามแม่น้ำแควมีบริการรถราง
Fairmong ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สถานีรถไฟกาญจนบุรี โทรศัพท์ 0 3451 1285 หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ 1690 หรือ www.railway.co.th, สะพานไม้อุตตะมานุสรณ์ หรือหลายคนรู้จักในชื่อ "สะพานมอญ"
ตั้งอยู่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี
เป็นสะพานที่ชาวไทยและชาวมอญใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียเพื่อเดินทางไปมาหาสู่ กัน
อีกทั้งยังเป็นสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาวกว่า 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก
สะพานไม้อูเบ็งในประเทศพม่า
น้ำตกเอราวัณ อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร
เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ มีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น
แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ
ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม
ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อ ความหมาย
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท
เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท
เด็ก 100 บาท ในบริเวณอุทยานฯ
มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับ
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี 2 แห่ง คือ ดอยต่องปะแล ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล ส่วนเนินกูดดอยสามารถนำรถขึ้นไปจอดได้ เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณและเขาช้างเผือกภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง คือ น้ำตกจ๊อกกะดิ่น น้ำตกผาแป น้ำตกเจ็ดมิตร ต้องติดต่อว่าจ้างเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง น้ำตกเหล่านี้อยู่ในเขตตำบลปิล๊อก ซึ่งเดิมเป็นเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรม ตั้งอยู่พรมแดนไทย-พม่า อุดมด้วยป่าดิบ ปกคลุมด้วยหมอกเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ การเดินทางแม้ว่าเส้นทางจะลาดยางแต่เป็นทางขึ้นเขาและมีโค้งหักศอกอยู่มาก จึงต้องขับอย่างระมัดระวัง บริเวณอุทยานฯ
อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ เส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ แบ่งเป็น 2
เส้นทาง
เส้นทางแรกเป็นเส้นทางเดินป่าจากถ้ำธารลอดน้อยถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ภายในถ้ำธารลอดน้อยจะเห็นหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำชื่อ
ลำกระพร้อย เมื่อพ้นถ้ำธารลอดน้อยออกมาจะต้องเดินป่าต่อไปอีก 1.5 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกไตรตรึงษ์ เดินต่อไปอีกราว
1 กิโลเมตร จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ รวมระยะทาง 2.5 กิโลเมตร เส้นทางที่สองเป็นเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกธารเงินและน้ำตกธารทองระยะทาง
ประมาณ 1.8 กิโลเมตร และอีกหนึ่งสถานที่ภายในอุทยานฯ
ที่น่าสนใจ คือ น้ำตกธารเงิน เป็นน้ำตกขนาดย่อมลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ถึง 7 ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ 35
นาที ส่วนน้ำตกธารทองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 15 ชั้น
ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ 25 นาทีเท่านั้น





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น